ถ้ำพุหวาย อุทัยธานี

01295_puwai-cave

ข้อมูล : ถ้ำพุหวาย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน  เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำกว้างขวาง มีหินงอกหินย้อย เช่น รูปเจดีย์ อ่างน้ำ ทางเข้าถ้ำอยู่บนไหล่เขาต้องเดินขึ้นไป อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีโพรงทะลุถึงด้านตรงข้ามของภูเขา และมีค้างคาวอาศัยอยู่ 9 ชนิด  ค้างคาวชนิดใช้ฟันหน้ากินผลไม้, ค้างคาวมงกุฎยอดสั้นเล็ก, ค้างคาวหน้ายักษ์เล็ก, ค้างคาวปีกถุงเคราดำ, ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกรรณ, ค้างคาวปีกพับดำใหญ่, ค้างคาวมงกุฎจมูกใหญ่, ค้างคาวยักษ์สามหลืบ, ค้างคาวยอดปีกกล้วยไม้

43813

ที่ตั้ง : วนอุทยานถ้ำเขาวง จังหวัดอุทัยธานี

เวลาเปิด-ปิด :  เปิดทำการทุกวัน

01295_puwai-cave

การเดินทาง :  จากอำเภอบ้านไร่ใช้ทางหลวงหมายเลข 3011 สายบ้านไร่-พุบอน ผ่านโค้งศาลเจ้าพ่อเขารัก จนกระทั่งถึงทางแยกที่มีป้ายบ้านอีหลุม-บ้านเขาพุเตย เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่านทางเข้าวัดถ้ำเขาวงมาอีก 3 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าถ้ำพุหวาย

ไฮไลท์ ขอบอก : สามารถมองเห็นทัศนียภาพสวยงามกว้างไกล บนสันเขาเป็นป่าเต็งรังที่ค่อนข้างสมบูรณ์

 

วัดท่าซุง

วัดท่าซุง-วัดจันทาราม-อุทัยธานี-364x245

ข้อมูล : วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เอกลักษณ์ของวัดนี้คือ วิหารแก้ว 100 เมตร ตกแต่งประดับประดาไปด้วยแก้วใสวาววับทั้งภายในและภายนอก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วไป ถัดไปอีกด้านมีปราสาททองคำ ซึ่งตกแต่งด้วยทองคำตระการตา และถูกสร้างด้วยฝีมือที่มีความประณีตงดงาม สถานที่นี้ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี

goldencastle0

ที่ตั้ง : วัดจันทาราม (ท่าซุง) หมู่ 2 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี 61000

โทรศัพท์ : 056-502-655

เวลาเปิด-ปิด :  เปิดทำการทุกวัน 9.00-11.45 น .และ 14.00-16.00 น.

การเดินทาง : ใช้ถนนสายเอเซีย ทางหลวงหมายเลข 32 จนสี่แยกหางน้ำสาคร จังหวัดชัยนาท แล้วเลี้ยวซ้ายไป อ.มโนรมย์ สุดถนน 3212 เป็นแม่น้ำสะแกกรัง ให้เอารถขึ้นแพข้ามฟากไปฝั่งอุทัยธานี และขับต่อขึ้นไปตามถนน 3265 ประมาณ 4 – 5 ก.ม. ก็จะถึงบริเวณวัด

ไฮไลท์ ขอบอก : วิหารแก้ว 100 เมตร เป็นวิหารสำคัญที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำสร้างไว้ก่อนมรณภาพรวมทั้งยังเป็นที่รักษา สังขารร่างของหลวงพ่อที่ไม่ เน่าเปื่อยในโลงแก้ว  ภายใน สร้างด้วยโมเสกสีขาวใสดูเหมือนแก้ววาววับ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูป จำลอง พระพุทธชินราชซึ่งเป็นพระประทานในวิหารอีกด้วย

 

วัดพระแท่นศิลาอาสน์

วัดพระแท่นศิลาอาสน์-S

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่บนเนินเขาเต่า บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ติดกับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก บนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดสร้าง และสร้างแต่เมื่อใด ในศิลาจารึกครั้งกรุงสุโขทัยไม่ปรากฏข้อความกล่าวถึงพระแท่นศิลาอาสน์ แต่เพิ่งมีปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดาร ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์ได้เสด็จนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ เมื่อปี พ.ศ. 2283 ได้แสดงว่าพระแท่นศิลาอาสน์ได้มีมาก่อนหน้านี้แล้ว จนเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง และทางราชการได้นำพระแท่นศิลาอาสน์ไปประดิษฐานไว้ในตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ แสดงถึงความศรัทธาเลื่อมใสและความสำคัญขององค์พระแท่นศิลาอาสน์ได้เป็นอย่างดี

ที่ตั้ง : ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 53210

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน

การเดินทาง : ใช้ถนนเข้าตรงไปยังตำบลทุ่งยั้ง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม

5(4)

โครงการหลวงเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดลำพูน ตำบลนาทราย อำเภอลี้ มีพื้นที่รับผิดชอบ 24,631 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 480-500 เมตร มีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ 9 หมู่บ้าน โดย 8 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่บริโภคอาหารมังสาวิรัติ ได้แก่ กะเหรี่ยงโปว์และกะเหรี่ยงสะกอ ซึ่งสภาพพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากนัก ความโดดเด่นของพื้นที่แห่งนี้นอกจากเป็นแปลงสาธิตในศูนย์ฯ แล้ว ยังมีเรื่องราวของวัฒนธรรมประเพณีของชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงกับวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยในปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมราษฎรบ้านพระบาทห้วยต้ม ทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพพื้นที่และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรชาวเขา ทรงมีพระราชดำริว่า “หมู่บ้านแห่งนี้ขาดแคลนที่ทำกิน ชาวบ้านเป็นโรคขาดสารอาหาร โดยเฉพาะเด็ก ๆ และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงได้อพยพมารวมกันอยู่เช่นนี้เป็นผลดีในการหักล้างทำลายป่า ลดพื้นที่ปลูกฝิ่นทางอ้อม จะได้ไม่ไปรับจ้างชาวเขาเผ่าอื่นอีกด้วย” จากนั้นทรงมีพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับหมู่บานพระบาทห้วยต้มอยู่ในการดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง

37_201306191653571.

กิจกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมแปลงสาธิตพันธุ์พืช เช่น มะม่วงพันธุ์นวลคำ มัลเบอร์รี คะน้าดอยคำ มะเฟืองสายพันธุ์ไต้หวัน ฯลฯ ชมการเลี้ยงหมูหลุมและกระต่ายที่บ้านแม่หละ หมู่ที่ 17 และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ซึ่งในบริเวณวัดมีรอยพระพุทธบาท พิพิธภัณฑ์วัดพระบาทห้วยต้ม รวมถึงสรีระของท่านครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาให้เข้าชมและสักการะ โดยการเข้าเที่ยวชมวัดให้งดเส้นการน้ำเนื้อสัตว์เข้าสู่ภายในบริเวณวัด นอกจากนี้ ยังมีพระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย อันเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีมะเมียให้แวะมาสักการะ  ชมวิถีชีวิตกะเหรี่ยงโบราณบ้านน้ำบ่อน้อย ชุมชนดั้งเดิมมีการสร้างบ้านแบบโบราณไม่ใช้ตะปู มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย บริเวณพื้นที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเมืองใต้ดิน บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และรอยพระบาท ชมงานหัตถกรรมเครื่องเงิน ที่มีเอกลักษณ์ลวดลายที่สะท้อนวิถีชีวิตของชนเผ่ากะเหรี่ยง และการออกแบบลวดลายต่าง ๆ ซึ่งดัดแปลงจากธรรมชาติ เช่น ปลา ใบไม้ ดอกไม้ เมล็ดข้าว ตามวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งที่นี่นับได้ว่าเป็นแหล่งผลิตแหล่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ฯลฯ

Cover-620x392

ทั้งนี้ โครงการฯ มีบ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน 4 ห้อง รองรับได้ห้องละ 4 คน ภายในศูนย์ฯ ไม่มีร้านอาหารบริการ แต่ภายในหมู่บ้านจะมีร้านอาหารไว้คอยให้บริการอย่างหลากหลาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม บ้านผาลาด ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 51110 โทรศัพท์ 0 5351 8059, 08 3324 3063 หรือ

พระธาตุลำปางหลวง

SV305086

วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าวว่า มีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย ได้แก่

lp8

พระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลูเช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนาภายนอกบุด้วยทองจังโก ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ มีลายสลักดุนเป็นลวดลายประจำยามแบบต่าง ๆ ลักษณะเจดีย์แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลต่อพระธาตุหริภุญไชย และพระบรมธาตุจอมทอง ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศาและพระอัฐิธาตุจากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระธาตุมีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่

1391958415-IMG7409-o

วิหารหลวง วิหารขนาดใหญ่ที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2019 โดย เจ้าหมื่นคำเป๊ก ภายในมีซุ้มปราสาททองเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทอง ด้านหลังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจ บนแผงไม้คอสองมีภาพจิตรกรรมเก่าแก่งดงามเรื่องทศชาติและพรหมจักร

วิหารพระพุทธ ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี เดิมเป็นวิหารเปิดโล่งหน้าบันเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่เต็มอาคารก่ออิฐถือปูน ศิลปะเชียงแสน และยังปรากฏเงาพระธาตุภายในวิหารอีกด้วย

เมื่อหันหน้าเข้าหาวิหารหลวง ด้านขวามือ คือ วิหารน้ำแต้ม หรือวิหารภาพเขียนสี (แต้ม แปลว่า ภาพเขียน) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2044 เป็นวิหารเปิดโล่งที่เก่าแก่ที่สุดอีกหลังหนึ่งทางภาคเหนือ คงรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทยที่งดงาม ภายในไม่มีฝ้าเพดาน กำแพงด้านพระประธานเขียนภาพลายทองบนพื้นรักแดง มีภาพจิตรกรรมศิลปะล้านนาบนแผงไม้คอสองที่กล่าวกันว่าเก่าแก่ที่สุด และหลงเหลือเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 ลงมา แต่ปัจจุบันภาพเขียนลบเลือนไปมาก และประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 1.25 เมตร สูง 1.25 เมตร

112

ซุ้มพระบาท สร้างครอบพระพุทธบาทไว้ ฐานก่อขึ้นเป็นชั้นคล้ายฐานเจดีย์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1992 ภายในมองเห็นแสงหักเห ปรากฏเป็นเงาพระธาตุและพระวิหารในด้านมุมกลับ แต่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้น

กุฏิพระแก้ว เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างเมื่อใด แต่ประมาณอายุไม่ต่ำกว่า 400 ปี มาแล้ว

วิหารพระเจ้าศิลา เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าศิลาซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงละโว้ เมื่อ พ.ศ. 1275 พระบิดาของพระนางจามเทวีมอบให้ประดิษฐานไว้ ณ ที่นี

พิพิธภัณฑ์ รวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่าง ๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น สังเค็ด ธรรมาสน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้น

นอกจากนี้ วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วดอนเต้า (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะล้านนาสลักด้วยหยกสีเขียว มีงานนมัสการพระแก้วดอนเต้าในวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี

ปางอุ๋ง

1387764896-IMG8128-o

ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลัง ต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริ ให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้าง ความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป

หมายเหตุ: โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) จ. แม่ฮ่องสอนตั้งอยู่คนละแห่งกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง จ. เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของโครงการหลวง แต่เป็นโครงการในพระราชดำริเหมือนกัน ข้อมูลของโครงการหลวงปางอุ๋ง

pang-ung-reservoir5

ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน ปางอุ๋ง ที่หลายๆ คนอาจยังไม่เข้าใจความหมาย คำว่า “ปาง” ซึ่งหมายถึงที่พักของคนทำงานในป่า ส่วน “อุ๋ง” นั้น เป็นภาษาเหนือหมายถึงที่ลุ่มต่ำ คล้ายกระทะใบใหญ่มีน้ำขังเฉอะแฉะ ก็น่าจะหมายถึงที่พักริมอ่างเก็บน้ำนี่เอง ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป กับบรรยากาศอันหนาวเหน็บในยามเช้า ทำให้ปางอุ๋ง กลาย เป็น เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยอดฮิตสุดแสนโรแมนติกติดอันดับต้นๆของ แม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ยิ่งยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสน และไอหมอกบางๆ ยิ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับยากจะลืมเลือน แม้ในกระทั่งเวลาที่หมอกเลือนลางหายไปก็ยังคงความงาม

ที่ปางอุ๋งนอกจากชมบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้าแล้ว กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพชมทัศนียภาพและ บรรยากาศโดยรอบ รวมถึงชมนดาราแห่งปางอุ๋ง นั่นก็คือหงส์พระราชทานจากสมเด็จพระราชินี ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ด้วยกันและไม่ควรพลาดที่จะไปชมสวนปางอุ๋งใกล้กับ ที่ทำการของโครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีพืชพรรณ ที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูงทดแทนไร่ฝิ่น ร้างแต่ดั้งเดิมซึ่งไว้ลูกพืชที่ให้ประโยชน์ทางด้านอาหารและยาแพทย์แผนไทย และสร้างความกลมกลืนกับ ภูมิประเทศ เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วยอีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด อีกทั้งยังมีการพยายามนำพืชและสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่ปางอุ๋งกลับมา เช่น เอื้องแซะและ กล้วยไม้ต่างๆ และสัตว์อย่างเขียดแลน เป็นต้น

13901471275

ระเบียบข้อปฏิบัติในพื้นที่โครงการจัดหมู่บ้านรวมไทยตามพระราชดำริ (ปางอุ๋ง)

นักท่องเที่ยวประเภทพักค้างแรม

– ต้องลงทะเบียน ผ่านศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงจะสามารถนำรถเข้าปางอุ๋งได้

– โทรศัพท์ 053-611-244 มือถือ 085-618-3303 โทรสาร 053-611-649, 053-611-690

– การจองที่พัก ให้แจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อกลับ แก่เจ้าหน้าที่ (พื้นที่รองรับได้ 500 คน/วัน)

– ถึงแม้จะมีบัตรค้างแรมแต่ก็นำรถเข้าออกพื้นที่ได้ระหว่างเวลา 09.00 – 18.00 น. เท่านั้น

.นักท่องเที่ยวประเภทไปกลับ

– ผู้ที่ไม่มีบัตรค้างแรม จะต้องนำรถไปจอดไว้ที่ โรงเรียนบ้านนาป่าแปก หรือ วัดนาป่าแปก

– โดยสารรถสองแถวของชุมชนเข้าไปที่ปางอุ๋งซึ่งให้บริการระหว่างเวลา 04.00 – 18.00 น.

– บัตรโดยสารคนละ 50 บาท (ใช้ได้ทั้งขาไปและกลับเหมือน Airport Link Express Line)

– รถออกทุก 20 นาที กรณีเหมาคัน (ผู้โดยสารไม่เกิน 6 คน) คิดค่าบริการต่ำสุด 300 บาท

รถที่เข้าปางอุ๋งได้

– รถรับจ้างประจำทางในพื้นที่

– รถของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

– รถของหน่วยงานราชการในพื้นที่โครงการ

– รถของหน่วยงานราชการที่ได้รับบัตรผ่านจากจังหวัด

– รถของนักท่องเที่ยวที่มีบัตรผ่านค้างแรม เข้าออกพื้นที่ได้ระหว่างเวลา 09.00 – 18.00 น.

.รถที่เข้าปางอุ๋งไม่ได้

– รถบัส รถบรรทุกขนาดใหญ่

– รถของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ที่เดินทางไปกลับวันเดียว ไม่พักค้างแรมที่ปางอุ๋ง

– รถของนักท่องเที่ยวที่มีบัตรผ่านค้างแรม แต่ทว่า เดินทางมาถึงปางอุ๋งหลังเวลา 18.00 น.

ข้อมูลอื่นๆ

– ที่พักบนปางอุ๋ง จะมีเครื่องปั่นกระแสไฟให้ใช้เฉพาะช่วงเวลา 18.00 – 22.00 น. เท่านั้น เป็นอีกเหตุผลท ี่สั่งห้าม รถเข้า-ออกหลังเวลา 18.00 น. เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง นักท่องเที่ยว ควรเตรียมไฟฉาย ส่องสว่าง และแบตเตอรี สำรองให้เพียงพอต่อการใช้งาน

ที่พักปางอุ๋ง

  1. รวมไทยเกสท์เฮ้าส์ที่พักติดทะเลสาป 053-611244 มี 4 แบบ

– บ้านหลังใหญ่  2 หลัง นอนได้ 4 คน มีห้องน้ำในตัว ราคา 600 บาท

– บ้านหลังกลาง 3 หลัง นอนได้ 2 คน มีห้องน้ำในตัว ราคา 450 บาท

– บ้านชนเผ่า     4 หลัง นอนได้ 2 คน มีห้องน้ำในตัว ราคา 450 บาท

– บ้านหลังเล็ก   4 หลัง นอนได้ 2 คน ห้องน้ำรวม     ราคา 350 บาท

  1. บ้านพักร่วมโครงการฯ ในหมู่บ้าน

– บ้านพัก       69 หลัง นอนได้ 2 คน มีห้องน้ำในตัว ราคา 400 บาท

– พักเกินจำนวน คิดเพิ่มคนละ 100 บาท

กรณีพักค้างแรมด้วยเต็นท์

– เต็นท์ จะไม่มีการจองล่วงหน้า ให้ติดต่อศูนย์ศิลปาชีพฯ ด้วยตนเอง ก่อนเวลา 12.00 น.

– พื้นที่กางเต็นท์จำกัด 100 พื้นที่ต่อวัน และต้องเดินทางไปถึงปางอุ๋ง ก่อนเวลา 18.00 น.

– พื้นที่สำหรับกางเต็นท์ (นำเต็นท์มาเอง) 70 พื้นที่ ราคา 100 บาท ต่อ 1 หลัง

– พื้นที่สำหรับกางเต็นท์ (มาเช่าเต็นท์ที่นี่) 30 พื้นที่ ราคา 300 บาท ต่อ 1 หลัง

***บริการล่องแพชมบรรยากาศและหงส์ ราคา 150 บาท

 

  1. บ้านพักของโครงการพระราชดำริ ปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

โครงการพระราชดำริ ปางตอง ปางอุ๋ง  (ส่วนป่าไม้)   มีบ้านพักจำนวน 5 หลัง และพื้นที่กางเต็นท์ จำนวน  50  เต็นท์ ต่อวัน ไว้บริการให้แก่หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา สมาคม-ชมรม และนักท่องเที่ยว เข้าไปพักแรมและเยี่ยมชม   เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดต่อเจ้าหน้าที่ีี่ โครงการฯ  หมายเลขโทรศัพท์  080 847 8456 และ 087 661 8594

  1. โฮมสเตย์ของชาวบ้าน

นอกจากที่พักของโครงการซึ่งตั้งอยู่ใกล้กะบทะเลสาปแล้ว ในบริเวณทางเข้าปางอุ๋งยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ซึ่งเป็นของชาวบ้านเปิด ให้บริการหลายหลังชมภาพพร้อมข้อมูล คลิ๊ก รวมที่พักปางอุ๋ง

การเดินทางไปปางอุ๋ง

เส้นทางที่1

– จากกรุงเทพ ถ้าขับรถไปเองอาจใช้เส้นทางกรุงเทพ-ฮอด ผ่านอยุธยา-นครสวรรค์-ตาก ถึง อำเภอลี้ แยกซ้ายเข้า อำเภอ แล้วเดินทางต่อไปตามเส้นทาง ลี้-บ้านโฮ่ง ก่อนถึง อำเภอบ้านโฮ่ง จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปทะเลสาบ ดอยเต่า ขับไปจนถึงฮอด จากนั้นใช้เส้นทาง ฮอด – แม่ฮ่องสอน ผ่าน อำเภอขุนยวม เข้าสู่ อำเภอเมือง แม่ฮ่องสอน – จากเมืองแม่ฮ่องสอนสู่ปางอุ๋ง ตามเส้นทางสู่ แม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า-ปาย ขับไปเรื่อย ๆ ผ่านน้ำตก ผาเสื่อ ผ่านพระตำหนักปางตอง เข้าสู่บ้านหมอกจำแป๋ หมู่บ้านใหญ่เป็นจุดแยก ซ้ายไปปางอุ๋ง ขวาไปถ้ำปลา (ระยะทางไปถ้ำปลาแค่ 3 ก.ม.)เลี้ยวซ้ายจากนี้ไป หนทางคดโค้งไต่เขาชันขึ้นเรื่อยๆ มาถึง บ้านนาป่าแปก หมู่บ้านรวมมิตรที่จะเห็นชาวบ้านทั้งกระเหรี่ยงและไทยใหญ่ แต่งกายเป็นเอกลักษณ์ เลี้ยวซ้ายเข้า หมู่บ้านรวมไทย ผ่านหมู่บ้านรวมไทย ก็เข้าถึงจุดหมายโครงการสวนป่าในพระราชดำริปางตอง 2 “ปางอุ๋ง” ทะเลสาบสวยแต่ถ้าตรงไปเป็น หมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านของชาวจีน จากกองพล 93

เส้นทางที่2

– มุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ แล้วค่อยต่อไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขาขึ้นจากเชียงใหม่แนะนำเส้นทางแม่มาลัย-ปาย-ปางมะผ้า มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ก่อนถึงแม่ฮ่องสอน จะถึงทางเข้าบ้านหมอกจำแป่ ให้เลี้ยวขวาเข้า ไปตามทางจะมีป้ายบอกทางไป บ้านรวมไทย น้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง บ้านรักไทย ซึ่งอยู่ทางเดียวกัน ประมาณ 25 กิโลเมตรมีทางแยกซ้าย ป้ายเล็กๆ เขียนว่า บ้านรวมไทย ให้เลี้ยวเข้าไปผ่านหมู่บ้านห้วยมะเขือส้ม ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงบ้านรวมไทย หรือ ปางอุ๋ง

2.โดยสารรถประจำทาง

จากแม่ฮ่องสอน ให้ไปที่หน้าตลาดสายหยุด ถามหาคิวรถปางอุ๋ง จะมีรถสองแถวประจำทางขึ้นไปยังปางอุ๋ง (บ้านรวมไทย) เป็นสาย แม่ฮ่องสอน-ห้วยมะเขือส้ม เที่ยวไป 09.00 น. และ 14.00 น., เที่ยวกลับ 06.00 น. และ 11.00 น.หรืออาจจะเหมารถจาก หน้าตลาดสายหยุดไปเลยก็ได้อัตรค่าโดยสารประมาณ 600 บาท

สำหรับคนที่ต้องการรถสองแถวนำเที่ยวปางอุ๋ง ติดต่อ โทร 081 784 5121, 086 115 2816 ราคาวันละ 1600 บาท โดยจะนำเที่ยวปางอุ๋ง บ้านรักไทย พระตำหนักปางตอง ภูโคลน โดยจะมารับเวลาตี 5 ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน หรือแล้วจะตกลงสถานที่

 

วนอุทยานแพะเมืองผี

101930

วนอุทยานแพะเมืองผี : อยู่ในท้องที่ตำบลแม่หล่าย ตำบลน้ำชำ ตำบลทุ่งทุ่งโฮ่ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2524 ลักษณะภูมิประเทศ • วนอุทยานแพะเมืองผีมีสภาพเป็นป่าบนที่ราบลอนคลื่นบริเวณ

013

รอบนอกมีความลาดเท ของพื้นที่น้อยสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 200-210 เมตร พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า

  • ป่าไม้เป็นป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยางเหียง พะยอม งิ้ว เปล้า สะแก ไผ่ไร่ และป่าที่ปลูกเพิ่มเติม ได้แก่ กระถินณรงค์ กัลปพฤกษ์ หางนกยูง
  • สัตว์ป่าที่พบได้แก่ งู กิ้งก่า แย้ กระต่ายป่า และนกชนิดต่าง ๆ บ้านพัก-บริการ
  • วนอุทยานแพะเมืองผี ไม่มีที่พักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรมโปรดนำเต็นท์ไป กางเองแล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานแพะเมืองผีโดยตรง หรือสำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โทร. 0-5351-1162 หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาตสัตว์ป่าิ และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ 10900 โทร.0-2561-4292-3 ต่อ 719 ในวันและเวลาราชการ แหล่งท่องเที่ยว
  • แพะเมืองผี เป็นพื้นที่เนินเขาซึ่งสูงกว่าส่วนอื่น เกิดจากการพังทลายโดยการกัดเซาะตามธรรมชาติ โดยกระแสน้ำเป็นเวลานาน ทำให้พื้นที่บางส่วนเป็นที่สูงต่ำสลับกันไป หน้าผาและเสาดินมีรูปทรงแตกต่างกัน ก่อให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น การเดินทาง
  • รถยนต์ เดินทางจากจังหวัดแพร่ ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ระหว่างจังหวัดแพร่-จังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ไปประมาณ 7 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปวนอุทยานแพะเมืองผีอีก 3 กิโลเมตร ถนนลาดยางตลอด ถ้าหากไม่มีรถไปเองก็ติดต่อว่าจ้างเหมาะรถโดยสารจากสถานีบ.ข.ส.จังหวัดแพร่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้างก็ได้ รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร สถานที่ติดต่อ วนอุทยานแพะเมืองผี
  • สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ต.น้ำชำ อ.เมือง จ.แพร่image

14IMG-1123-112435

แพะเมืองผี : ผืนดินแห่งตำนาน

  • แพะเมืองผี ตั้งอยู่ระหว่างตำบลทุ่งโฮ้ง และตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ห่างจากตัวเมืองราว 15 กิโลเมตร บนเส้นทางสายแพร่ – ร้องกวางแยกตรงกิโลเมต รที่ 9 เข้าไปอีก 6 กิโลเมตรโดยสถานที่ตั้งของ แพะเมืองผีมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่าน ในสมัยโบราณเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านตำบลทุ่งโฮ้งและใกล้เคียงให้ความนับถือมากเพราะมประวัตีิลึกลับโดย คนโบราณเล่าสืบต่อกันมาว่ามียายแกความเป็นมาที่่เข้าไปเที่ยวในป่าหา ผักหน่อไม้มาเป็นอาหารได้หลงไปในที่แห่งนี้แล้วพบหลุมเงินหลุมทองจึงเอา เงินเอาทองใส่หาบจนเต็มแล้วยกใส่บ่าเพื่อจะหาบกลับบ้านแต่ก็หลงไปหลง มาในป่าแห่งนั้น เพราะเทวดาเจ้าถิ่นนั้นไม่ให้เอาไปเพียงแต่เอามาอวด ให้เห็น ยายผู้นั้นจึงหาหนทางเอาหาบนั้นกลับบ้านไม่ได้จึงได้วางหาบนั้นไว้แล้วจัดแจงตัดไม้ มาคาดทำเป็นราว แต่ก็ยังไม่สามารถนำหาบเงินหาบทองนั้นออกมาได้สักที ยิ่งยกเท้าไปข้างหน้าก็ยิ่งเหมือนยกถอยหลังไปอีกเหมือนหนึ่งว่าม คนดึงหาบนั้นไว้ ยายแก่จึงวางหาบไว้ที่นั่นแล้วรีบไปบอกชาวบ้านให้มาดูหาบเงินหาบทองนั้นพอชาวบ้าน หลั่งไหลไปเป็นจำนวนมากครั้นเมื่อไปถึงเงินทองนั้นกลับหายไปตามป่านั้นเมื่อพบรอยเท้าจึงสะกดจามรอยเท้าไปจนถึงเสาเมโรและไม่มี รอยปรากฏไปทางอื่นเลย ยายแก่กับชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อสถานที่นี้ว่า “แพะเมืองผี”
  • แพะ หมายถึง ป่าละเมาะ • เมืองผี หมายถึง ความเงียบเหงาเหมือนเมืองผี
  • เสาเมโร หมายถึง เสารูปเหมือนปราสาทศพผู้ตายทางภาคเหนือ